อยาก แบ๊ว ต้อง บิ๊กอาย แต่เสี่ยงบอด

เทรนด์แฟชั่นเกาหลีญี่ปุ่นมาแรงจริงๆ ล่าสุดวัยรุ่นไทยทั่วประเทศหันมาเห่อแฟชั่นคอนแทคเลนส์ขอบสีกว้างทำตาโต (Big eye) กันมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นผู้ประกอบการยังหัวใสคิดค้นผลิตคอนแทคเลนส์ลวดลายสีสันต่างๆ ที่ฉูดฉาดมากขึ้น เพื่อล่อตาล่อใจวัยรุ่นไทยให้ตกเป็นเหยื่ออย่างง่ายดาย ซึ่งแพทย์ได้ออกมาเตือนแล้วว่าหากใช้ไม่ถูกวิธีอาจเสี่ยงตาบอดถาวรอีกด้วย

กระแสแฟชั่นคอนแทคเลนส์ตากลมโตกำลังได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นหญิงอย่างมาก ระบาดตั้งแต่กลุ่มเด็กมัธยมต้นจนถึงระดับมหาวิทยาลัย โดยจะเห็นได้จากการพูดคุยถึงคอนแทคเลนส์ชนิดนี้ตามเว็บบอร์ดต่างๆ ในเว็บไซต์วัยรุ่นชื่อดัง หรือแม้แต่เว็บไซต์ขายเลนส์สายตา

จากการสำรวจตามร้านขายแว่นบนห้างสรรพสินค้าชื่อดังหลายแห่งย่านสยามสแควร์และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จะมีติดป้ายประกาศขายเลนส์ตาโตอยู่แทบทุกร้าน ซึ่งทั้งหมดเป็นคอนแทคเลนส์นำเข้าจากประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น สนนราคาตั้งแต่ 450-2,000 บาท นอกจากนี้เด็กวัยรุ่น 1 ใน 10 คนในแหล่งนัดพบวัยรุ่น ล้วนแล้วแต่ใส่บิ๊กอายกันทั้งนั้น

คอนแทคเลนส์ชนิดตาโต หรือที่วัยรุ่นเรียกกันว่า “บิ๊กอาย” จะเหมือนกับคอนแทคเลนส์แฟชั่นสมัยก่อนที่มีสีสันให้เลือกมากมาย แต่ที่แตกต่างคือ เลนส์สีบริเวณตรงกลางดวงตาจะเป็นเลนส์ใสปกติ แต่บริเวณขอบเลนส์จะมีสีดำ

เมื่อใส่คอนแทคเลนส์เข้าไป ขอบสีดำจะช่วยเพิ่มตาดำให้ดูขยายใหญ่ และกลมโตกว่าปกติ ทำให้เหมือนกับดาราเกาหลี-ญี่ปุ่นที่สวยใสไร้เดียงสา หน้าตาบ๊องแบ๊ว และล่าสุดผู้ประกอบการในประเทศเกาหลีได้ผลิตคอนแทคเลนส์บิ๊กอาย ที่มีขนาดเลนส์ใหญ่ถึง 14.8 มิลลิเมตร ออกมาวางจำหน่ายแล้ว ซึ่งเป็นรุ่นที่ทำให้ดวงตากลมโตที่สุดเท่าที่เคยมีมา และคาดว่าจะเข้ามาตีตลาดในเมืองไทยเร็วๆ นี้

น้องออย-น.ส.ศราวดี ทองอ่อน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเบญจมราชาลัย หนึ่งในแฟนคลับนักร้องเกาหลี เล่าว่า ตนเองรู้จักและทดลองใส่คอนแทคเลนส์ตาโตมาตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพราะเพื่อนแนะนำ และพอมาลองใส่ก็รู้สึกว่าตาโตกลมแบ๊ว ดูดีขึ้น จึงนิยมใส่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

“เมื่อก่อนไม่กล้าใส่เลย เพราะกลัวจะตาบอดเหมือนที่คนอื่นว่า แต่พอมาค้นคว้าข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ก็รู้ว่าพวกที่ตาบอดคือ พวกที่ใส่แล้วไม่รักษาความสะอาด ประกอบกับเพื่อนหลายคนได้ลองใส่มาแล้วเล่าว่าไม่มีอะไรก็เลยลองดู”

“หนูยอมรับว่าช่วงแรกๆ ที่ใส่จะรู้สึกระคายเคือง เพราะมันไม่เหมือนคอนแทคเลนส์ปกติ เลนส์มันจะหนาและใหญ่ครอบตาดำ ทำให้เกิดอาการระคายเคืองบ้าง แต่พอใส่นานๆ มันก็จะชินไปเอง เราต้องรู้จักวิธีการใช้ด้วย เพราะบิ๊กอายมีข้อจำกัดว่าไม่ให้ใส่ทุกวัน หากรู้สึกเคืองตาก็ให้ใช้น้ำตาเทียมหยอดเอา”

น้องออยคุยฟุ้งอีกว่า ตอนนี้เพื่อนในกลุ่มของเธอกลายเป็นสาวกบิ๊กอายกันทุกคนแล้ว ตอนนี้เพื่อนในกลุ่มใส่บิ๊กอายกันทุกคน ส่วนตนเองสั่งซื้อตามเว็บไซต์ หรือหากเพื่อนเดินทางไปเกาหลีก็จะฝากซื้อ เพราะที่นั่นจะขายถูกกว่าเมืองไทย

“ยิ่งคอนแทคเลนส์ตัวล่าสุด ที่ขนาดเลนส์ใหญ่สุดคือ 14.8 มม. ก็ยังไม่มีขายที่บ้านเราด้วย หนูว่าคุ้มนะ เพราะว่าจะซื้อแบบรายปีเลย ราคาประมาณคู่ละ 1,500-2,000 บาท แล้วแต่ยี่ห้อ จากที่ใส่มาก็ยังไม่เห็นเพื่อนคนไหนมีปัญหา จะมีก็ตาแดงเคืองตาธรรมดา พอหยอดยาก็หาย” สาวกบิ๊กอายรายนี้คุยถึงคอนแทคเลนส์ตัวใหม่ล่ามาแรง

สำหรับวัยรุ่นบางคนที่นิยมใส่คอนแทคเลนส์ชนิดที่เป็นลวดลายและสีสันฉูดฉาดต่างๆ จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่คลั่งไคล้การแต่งตัวสไตล์เกาหลี-ญี่ปุ่น ส่วนมากก็จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมมารวมตัวกันเพื่อประกวดเต้นคอสเพลย์เลียนแบบการแต่งตัวตามตัวการ์ตูนญี่ปุ่นอย่าง มารูโต๊ะ เดทโน้ต ที่จะจัดขึ้นอย่างเป็นประจำบริเวณสยามสแควร์ ซึ่งคอนแทคเลนส์แฟนซีเหล่านี้จะผลิตออกมาเอาใจกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้อยู่หลากหลายลวดลายด้วยกัน ได้แก่ ลายดอกไม้, ลายลูกฟุตบอล, ลายก้นหอย, ลายดาว, ลายธงชาติและลายเสือ เป็นต้น

ด้านผู้จำหน่ายคอนแทคเลนส์ทางอินเทอร์เน็ต นายภูริช สุวรรณสาร เจ้าของเว็บไซต์ http://www.lens2u.com/ เปิดเผยว่า ช่วงกลางปี 2548 กระแสแฟชั่นญี่ปุ่นและเกาหลีมาแรงมาก ทั้งเสื้อผ้า ทรงผม และตนเห็นว่าที่ญี่ปุ่นคอนแทคเลนส์ตาโตกำลังเป็นที่นิยม เมื่อใส่แล้วจะดูตาดำโตขึ้น เพิ่มความคมเข้มให้กับหน้าของตัวเอง จึงรับเข้ามาขาย หลังจากนำเข้ามาขายได้ 1 เดือน ก็เริ่มเป็นที่แพร่หลายในหมู่วัยรุ่นและคนทำงาน แต่ละเดือนจะมีคนสั่งซื้อคอนแทคเลนส์ตัวนี้จากทั่วทุกภาค ราว 500 คู่ ทั้งจากเชียงใหม่ เชียงราย นราธิวาส ปัตตานี ขอนแก่น แต่ที่นิยมมากที่สุดจะเป็น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และขอนแก่น

เว็บไซต์เกี่ยวข้อง

“ลูกค้ากลุ่มหลักๆ จะเป็นสาวพริตตี้หรือดาราที่ซื้อไปใส่เวลาเข้าฉาก แต่มาช่วงหลังๆ จะมีวัยรุ่นเด็กนักเรียนหลายคนที่มาซื้อมากขึ้น ที่ผ่านมามีลูกค้าเพียง 5 คนเท่านั้นที่มีอาการระคายเคืองตาขณะใส่ หลังจากสอบถามสาเหตุก็พบว่าใส่เลนส์ไม่ถูกวิธีหรือมือไม่สะอาดแล้วไปจับเลนส์มาใส่ ยังไม่เคยพบคนที่แพ้คอนแทคเลนส์จนตาบอดสักรายเดียว” นายภูริช ผู้จำหน่ายคอนแทคเลนส์ระบุ

หันมาฟังข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลจักษุรัตนิน ได้ความว่า ที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลเคยรับคนไข้ที่ได้รับผลกระทบจากการใส่คอนแทคเลนส์จำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นคนไข้ที่นิยมใส่คอนแทคเลนส์ตามแฟชั่น โดยคนไข้จะมีอาการตาแดง เคืองตา บางรายมีอาการกระจกตาดำเป็นแผล ในส่วนของกระจกตาดำเป็นแผล หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบรักษาอาจทำให้ตาบอดได้

“คนที่จะใส่คอนแทคเลนส์ได้ต้องมีปริมาณน้ำตาเพียงพอ ไม่มีอาการของโรคภูมิแพ้ที่ตา ซึ่งมีอาการระคายเคืองหรือคันตา และส่วนโค้งของคอนเทคเลนส์จะต้องสัมพันธ์กับส่วนความโค้งของเลนส์ตา ไม่หลวมหรือคับจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้กระจกตาดำมีแผลได้ ที่สำคัญคนที่จะใส่คอนแทคเลนส์ต้องรักษาความสะอาดของมือที่สัมผัสคอนแทคเลนส์ และไม่ควรสวมคอนแทคเลนส์เวลานอน อย่างไรก็ตาม ก่อนการใส่คอนแทคเลนส์ทุกชนิดควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง” แพทย์ด้านดวงตายืนยันข้อมูลว่า ผู้ใส่คอนแทคเลนส์ตามแฟชั่นมีโอกาสเสี่ยงตาบอดได้ หากไม่รู้วิธีใส่อย่างถูกต้อง

ด้านแพทย์หญิงเฉลา พงษ์ประยูร จักษุแพทย์จากสถาบันจักษุวิทยา โรงพยาบาลสงฆ์ กล่าวว่า ถ้าใส่คอนแทคเลนส์ปกติหรือแม้แต่คอนเทคเลนส์แฟชั่นอย่างถูกวิธี ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้วัสดุที่ใช้ทำเลนส์มีคุณภาพมากขึ้น ส่วนการใส่คอนแทคเลนส์แฟชั่นของวัยรุ่นเป็นการใส่เพียงไม่กี่ชั่วโมง คงไม่เกิดปัญหาอะไร แต่ถ้าใส่เวลานอนเป็นประจำอาจมีอาการแพ้ ติดเชื้อ จนทำให้ตาบอดได้

รับรู้ข้อมูลจากจักษุแพทย์โดยตรงแล้ว น้องๆ หนูๆ ที่อยากจะสวยใสไร้เดียงสา ทำตาโตกลมให้ดูแอ๊บแบ๊วเลียนแบบดารา คงจะต้องคิดให้รอบคอบหรือปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจซื้อคอนแทคเลนส์บิ๊กอายมาใส่

ข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล